คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน (MD & A)

1. ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559

1. รายได้รวม

สำหรับปี 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,453 ล้านบาท ประกอบด้วย

2. ต้นทุนขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ

สำหรับปี 2559 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 1.118 ล้านบาท ประกอบด้วย

3. กำไร

ในปี 2559 บริษัทฯ มีผลกำไรจากการดำเนินงานคิดเป็นร้อยละ 18.71 จากการขาย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 0.69 เนื่องจากบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายสินค้าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 87 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า และจากการจ้างพนักงานเพิ่ม เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 27 ล้านบาท เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญ และค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ของบริษัทย่อยลดลง

4. อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น

ในปี 2559 บริษัทฯ มีผลกำไรจากดำเนินงาน ทำให้บริษัทฯ มีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอัตราร้อยละ 34.82 ในขณะที่ปีก่อนอัตราร้อยละ 31.04


2. ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559

1. สินทรัพย์
  1. ส่วนประกอบของสินทรัพย์

    ในปี 2559 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 1.236 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนจำนวน 235 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23.48

    1.1 สินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 716 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 178 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33.09

    • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 6 ล้านบาท เนื่องจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นสุทธิ 146 ล้านบาท กิจกรรมลงทุนลดลงสุทธิ 88 ล้านบาท กิจกรรมจัดหาเงินลดลงสุทธิ 64 ล้านบาท
    • เงินลงทุนชั่วคราวจำนวน 0.3 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 77 ล้านบาท เนื่องจากปี 2559 บริษัทฯ ซื้อและขายเงินลงทุนในหุ้น เพื่อการลงทุนขายไปมากกว่า 27 ล้านบาท และเงินฝากเพื่อเรียกพิเศษ 8 เดือน ธนาคารออมสิน 50 ล้านาท ดอกเบี้ย 1-65 เปอร์เซ็นต์ ครบกำหนดจึงรับคืนมา
    • ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ จำนวน 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 54 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.32 เกิดจากบริษัทฯ ขายสินค้า และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น
    • เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 51 ล้านบาท แก่บริษัท ดิ ไอโคนิค พรอพเพอร์ตี้ จำกัด อัตราดอกเบี้ย 1.5 ต่อปี ชำระคืนเมื่อทวงถาม
    • เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน 31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 100 ให้กู้ยืมแก่บริษัท ทริปเปิล พิ แอสเซท จำกัด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15%
    • สินค้าคงเหลือจำนวน 315 ล้านบาท ประกอบด้วย สินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคและวัตถุดิบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 117 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.09 เนื่องจากบริษัทฯ สำรองสินค้าไว้เพื่อรองรับยอดขายที่มากขึ้น
    • สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นจำนวน 28 ล้านบาท มากขึ้นจากปีก่อนจำนวน 6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27.27

    1.2 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจำนวน 520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 58 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.55

    • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 กำหนดชำระคืนภายใน 19 พฤษภาคม 2562
    • เงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าจำนวน 2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 2 ล้านบาทคิดเป็นอัตราร้อยละ 100 เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินลงทุนในบริษัท คาร์มาร์ท เวียดนาม จำกัด ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศเวียดนาม จำนวนรวม 98,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 3.56 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 49 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 200,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา บริษัทฯ ได้บันทึกเงินลงทุนในบริษัทดังกล่าวเป็นเงินลงทุนในการร่วมค้า นับตั้งแต่วันที่ลงทุนเป็นต้นไป บริษัทดังกล่าวมีระยะเวลาในการดำเนินงาน 50 ปีนับจากวันที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2558 ในระหว่างปีบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในงบการเงินรวม 1.23 ล้านบาท
    • เงินลงทุนในบริษัทร่วม 70 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.41 เนื่องจากในระหว่างปี บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในบริษัทร่วมบริษัท ดิ ไอโคนิค พรอพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 1 ล้านบาทในงบการเงินรวม
    • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 119 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนจำนวน 4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.48 เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของบริษัทฯ เป็นที่ดินและอาคารที่ให้บริการคลังสินค้า บริษัทฯ แสดงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระโดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach)
    • ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ – สุทธิจำนวน 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 26 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.35 เนื่องจากซื้อที่ดินเพิ่ม 4 ล้านบาท งานระหว่างก่อสร้างอาคาร 5 ชั้น เพิ่ม 30 ล้านบาท ยานพาหนะ 10 ล้านบาท อุปกรณ์สำนักงาน 1 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคาเพิ่ม 19 ล้านบาท
    • ที่ดินรอการพัฒนาในอนาคต 8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน8ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 100 บริษัทฯ มีที่ดินจำนวน8.28 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา โดยมีที่ดินมูลค่าตามบัญชีประมาณ 3.2 ล้านบาท ได้นำไปคำประกันสินเชื่อที่ได้รับจากธนาคารพาณิชย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
    • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิจำนวน 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.11 เกิดจากบริษัทฯ ลงทุนในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มและตัดจำหน่ายระหว่างปี
    • สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 8 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27.27 เนื่องจากบริษัทฯตั้งค่าเพื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลง
    • สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ จำนวน 23 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 บริษัทฯ ได้ทำสัญญาขยายสินค้าคงเหลือทั้งหมด ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับโครงการปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 470 MHz ให้เป็นระบบ CDMA2000 1) ให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกันในราคา 28.1 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาดังกล่าวกำหนดให้ผู้ซื้อต้องทำการผ่อนชำระค่าสินค้าเป็นรายเดือนให้กับบริษัทฯ ภายใน 10 ปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯมียอดคงเหลือของลูกหนี้ดังกล่าวจำนวน 21.3 ล้านบาท (31 ธันวาคม 2558 : 24.0 ล้านบาท) โดยมีส่วนของลูกหนี้ที่จะครบกำหนดชำระเกินกว่า 12 เดือนจำนวน 18.7 ล้านบาท (31 ธันวาคม 2558 L 21.3 ล้านบาท) ซึ่งจัดประเภทอยู่ในรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นในงบแสดงฐานะการเงิน
  2. คุณภาพของสินทรัพย์

    ในปี 2559 บริษัทฯ มียอดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 277 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.00 ของสินทรัพย์รวม มีระยะเวลาการเก็บหนี้จากลูกหนี้เฉลี่ย 66 วัน ซึ่งใกล้เคียงปีกก่อน (ปี 2558 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 68 วัน) เนื่องจากบริษัทฯ ขายสินค้าช่องทางโมเดอร์นเทรดมากขึ้น การชำระค่าสินค้าเป็นเครดิตอยู่ระหว่าง 30-90 วัน

    บริษัทฯ มีการตั้งสำรองเพื่อหนี้สงสัยจะสูญอย่างเพียงพอตามจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บเงินไม่ได้จากลูกหนี้ สำรองเพื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับปี 2559 มีอัตราเฉลี่ยเป็นร้อยละ 2.96 ของลูกหนี้คงเหลือ ณ วันสิ้นปี

    สินค้าคงเหลือ 315 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 25 ของสินทรัพย์รวม ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย 108 วัน ซึ่งใกล้เคียงปีก่อน (ปี 2558 ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย 104 วัน)

    อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 119 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 10 ของอสังหาริมทรัพย์รวม ซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินอิสระโดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ข้อสมมติฐานหลักที่ใช้ในการประเมินราคาประกอบด้วยอัตราคิดลดอัตราผลตอบแทน และอัตราการเจริญเติบโตอย่างระยะยาวของค่าเช่า

2. สภาพคล่อง
  1. กระแสเงินสด
    ในปี 2559 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท ปี 2558 จำนวนเงิน 16 ล้านบาท ลดจากปีก่อนจำนวน 6 ล้านบาท กิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นสุทธิ 146 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีผลดำเนินงานเพิ่มขึ้น กิจกรรมลงทุนลดลง 88 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกัน กิจกรรมจัดหาเงินลดลง 64 ล้านบาท เนื่องจากจ่ายเงินปันผล
  2. อัตราส่วนสภาพคล่องที่สำคัญ
    ในปี 2559 บริษัทฯ มีอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนเป็น 1.89:1 เท่า มีสภาพคล่องสูง บริษัทฯ เงินสด และเทียบเท่าเงินสดอัตราร้อยละ 1 ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ อัตราร้อยละ 22 สินค้าคงเหลืออัตราร้อยละ 25 ของสินทรัพย์รวม
    บริษัทฯ สามารถจัดเก็บลูกหนี้ระหว่าง 66 วัน สินค้าคงเหลือ ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 108 วัน ใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ขายสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภค มีอัตราการหมุนเวียนสูง
  3. ระยะเวลาการเก็บหนี้และจ่ายชำระหนี้
    บริษัทฯ มีระยะเวลาเกินหนี้จากลูกหนี้โดยเฉลี่ย 66 วัน ขณะที่ระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้โดยเฉลี่ย 155 วัน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ ชำระหนี้ค่าสินค้าโดยผ่านธนาคารพาณิชย์โดยวิธีการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและทำทรัสต์รีซีทประมาณ 120-180 วัน
3. รายจ่ายฝ่ายทุน

ระหว่างปีบริษัทฯ มีรายจ่ายลงทุนในการซื้อที่ดิน อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 68 ล้านบาท ซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงงานและคลังสินค้าที่ดินรอการพัฒนาในอนาคต ซื้อเครื่องจักร และยานพาหนะเพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทฯ

4. แหล่งที่มาของเงินทุน
  1. โครงสร้างเงินทุน
    ในปี 2559 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป็น 0.55:1 ขณะที่ปีก่อนเป็น 0.40:1 เนื่องจากระหว่างปีมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 261 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 127 ล้านบาท จากการนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางเพื่อให้เพียงพอกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
  2. ส่วนของผู้ถือหุ้น
    ในปี 2559 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 797 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 79 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากบริษัทฯ มีกำไรสำหรับปีจำนวน 264 ล้านบาท เงินปันผลจ่าย 185 ล้านบาท
  3. หนี้สิน
    บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 438 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนจำนวน 153 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53.68
    หนี้สินหมุนเวียนจำนวน 378 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 151 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 66.52 เนื่องจาก
    • เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 261 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนจำนวน 127 ล้านบาทเกิดจากบริษัทฯ นำเข้าสินค้า กลุ่มเครื่องสำอางเป็นทรัสต์รีซีทจากธนาคารพาณิชย์ มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
    • เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นจำนวน 85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 27 ล้านบาท
    • หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน-ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี และหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน-สุทธิส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจำนวน 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 1 ล้านบาท หรือ 12.50% เนื่องจากบริษัทฯ ได้เช่าซื้อรถยนต์เพื่อขนส่งสินค้า
    • ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 6 ล้านบาท บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานดีขึ้น
    • หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ จำนวน 10 ล้านบาท เนื่องจากภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผลจ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย หนี้สินไม่หมุนเวียนจำนวน 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.33 เนื่องจาก
    • สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงานจำนวน 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.18 เนื่องจากผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 โดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
    • หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 4.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 3 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.50 จากการตีราคาที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น
5. ปัจจัยและอิทธิพลหลักที่อาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคต

ปัจจัย/อิทธิพลหลัก

  1. ความเพียงพอของการจัดหาสินค้าและกระแสความนิยมของสินค้า
  2. การพัฒนาทักษะของบุคลากร
  3. ระดับราคาของวัตถุดิบและค่าแรงงาน
  4. การให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือดำเนินงานแก่บริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันและภาระหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แนวทางการดำเนินการ

  1. บริษัทฯ สามารถจัดสรรสินค้าที่มีอยู่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกระแสความนิยมที่มีอยู่ ตลอดจนควบคุมระบบการจัดซื้อและรักษาระดับสินค้าและของคงคลังให้เพียงพอกับการขายรวมทั้งบริหารสินค้าคงคลังให้หมุนเวียนเร็วทันกับราคาในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และให้ทันกับกระแสความนิยม
  2. บริษัทฯ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรโดยจัดการอบรมพนักงานอย่างทั่วถึงทุกระดับทั้งภายใน และภายนอก เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานให้ทันต่อเหตุการณ์
  3. บริษัทฯ มีหน่วยงานสรรหาและจัดซื้อสินค้าโดยวัตถุดิบสินค้าสำเร็จรูปจากแหล่งที่มีคุณภาพดีราคาเหมาะสมกับราคาในตลาดที่มีความผันผวนเร็วมาก รวมทั้งการจัดจ้างงานให้เหมาะสมกับองค์กรเพื่อให้ได้ต้นทุนขายที่ต่ำแต่สินค้าคุณภาพดี
  4. หากบริษัทฯ ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินหรือการดำเนินงานแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทฯจักดำเนินการตามขั้นตอนของข้อบังคับของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทรัพย์สินฯ อย่างครบถ้วนและโปร่งใสสามารถติดตามและตรวจสอบได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งบริษัทฯ มีคณะกรรมการอิสระที่ช่วยสอดส่องตรวจสอบธรกรรมต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มากที่สุด